Before Graduation Day

สวัสดีค่ะ

หัวข้อในวันนี้เป็นคำแนะนำสำหรับบัณฑิต การเตรียมตัวก่อนวันรับปริญญา

เพื่อเมคอัพที่ติดทนนาน ใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งวันค่ะ

วิธีปฏิบัติแบ่งออกเป็นข้อๆ จะได้ดูง่ายนะคะ รับประกันว่า ใครทำตามนี้ได้นั้น

วันรับปริญญาคุณจะมีผิวสวยใส พร้อมสำหรับการถ่ายภาพแน่นอนค่ะ

1. ควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หรือล่วงหน้าก่อนวันงานประมาณ 1-2 อาทิตย์เพื่อให้ใบหน้ามีสุขภาพผิวดี ผิวที่ชุ่มชื่นเนียนเรียบเป็นส่วนสำคัญ ที่จะทำให้แต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนาน

2. ก่อนวันงาน 1 อาทิตย์ ควรมาร์กหน้าด้วยแผ่นมาร์กสำเร็จรูป เป็นสูตรบำรุงผิวอย่างเร่งรัด ให้ผลดีมากในระยะเวลาอันสั้น อาจจะมาร์กวันเว้นวัน หรือ 3 วัน/ครั้งก็ได้ค่ะ

 

3. งดทาครีมที่มีส่วนผสมของAHA , BHA เพราะจะทำให้หน้าลอกเป็นขุย ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ทำให้เกิดปัญหาเครื่องสำอางไม่ติดผิวได้นะคะ

4. การสครับหน้าอย่างอ่อนโยนด้วยผลิตภัณฑ์ที่คณเคยใช้และแน่ใจว่าไม่แพ้ ก่อนวันงานซัก 1 อาทิตย์ สิวเสี้ยนลดลง แต่งหน้าได้ง่าย ผิวสวยเรียบลื่น แต่ไม่ควรทำในช่วงใกล้วันจริง มากนัก เพราะจะทำให้ผิวแห้งได้

5. ทาครีมในปริมาณพอดี ไม่ทาครีมมากเกินความจำเป็น เพราะแทนที่จะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้น กลับทำให้ใบหน้าผลิตน้ำมันมากเกินไป หน้าจะมันเร็วและเครื่องสำอางหลุดง่ายในวันงาน

6. พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หากเป็นไปได้ เพราะมันจะทำให้หน้าโทรมและบวมน้ำนะคะ^^

7. สำหรับมือใหม่อยากตาสวย ให้ใส่คอนแทกเลนส์ก่อนแต่งหน้า อย่าใส่หลังแต่งหน้านะคะ เพราะเครื่องสำอางบริเวณเปลือกตาอาจจะหลุดระหว่างใส่ได้ค่ะ

8. งดการแต่งหน้าและการใส่คอนแทกเลนส์ก่อนวันงาน 1 วัน เพื่อเป็นการพักผิวและพักสายตา และดื่มน้ำให้มากๆ ให้ผิวชุ่มชื่นเข้าไว้

9. กันคิ้วที่รกออกไป สำหรับสาวๆมือใหม่ที่ไม่เคยกัน แนะนำไปให้ช่างกันคิ้วให้จะดีที่สุดค่ะ เพราะนอกจากจะได้คิ้วเป็นรูปสวยแล้ว ยังป้องกันอาการใบมีดบาดผิวเนื่องจากความไม่ชำนาญได้อีกด้วย

10. อย่าลืมบอกช่างแต่งหน้าทำผมถึงกฏข้อบังคับของทางมหาลัยที่มี เพื่อให้ถูกระเบียบเรียบร้อย

 

เคล็ดลับคำแนะนำเพื่อทรงผมอยู่นานตลอดทั้งวัน

 

 

1.  ควรสระผมล่วงหน้า 1 วัน โดย “ไม่ใช้ครีมนวดผม” และงดใส่แฮร์โคท ลีฟออน แวกซ์ หลังจากสระผม เพราะจะทำให้ผมลื่นเกินไป อาจจะเสียทรงระหว่างวันได้ง่ายนะคะ

2. เพื่อให้ผมเกล้าง่ายและอยู่ทน หลังสระผม ควรเป่าผมให้แห้ง และควรไดร์ผมเพิ่มเพื่อช่วยให้ผมเรียบสวย อยู่ทรงมากยิ่งขึ้น

3. สำหรับบัณฑิตที่ทำสีผมแต่ไม่อยากย้อมผมดำ แนะนำให้ใช้ครีมย้อมผมกึ่งถาวร แบบเมื่อสระผมสีจะค่อยๆหลุดออก เพื่อสีผมที่แนบเนียนกว่าการใช้สเปรย์

4. เลือกแบบทรงผมที่ชอบไว้เพื่อให้ช่างดูเป็นตัวอย่างได้ แต่ทั้งนี้ควรให้ช่างเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกทำทรง เพราะช่างทำผมจะรู้ดีว่าจะทำผมอย่างไรให้ออกมารับกับรูปหน้าและขึ้นกล้องมากที่สุด

5. ข้อนี้สำคัญมาก คือไม่ควรสระผมก่อนเจอช่างนะคะ เพราะจะทำให้ผมชื้นและลื่นมาก การเกล้าผมจะลำบาก ทรงผมจะไม่ทน ลักษณะผมจะชี้ฟูได้ง่ายด้วยค่ะ

 

 

ข้อควรปฏิบัติในวันงาน

1. พกกระดาษทิชชูไว้ซับเหงื่อและความมันส่วนเกินบนใบหน้า ห้ามใช้กระดาษซับมันนะคะ เพราะนอกจากจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดความมันมากยิ่งขึ้นแล้ว เครื่องสำอางยังหลุดง่ายอีกด้วยค่ะ

2. พกแป้งฝุ่นและแปรงปัดแก้ม ไว้เติมหลังจากที่ซับหน้าด้วยทิชชู ไม่ควรใช้พัฟในการเติมระหว่างวัน เพราะจะทำให้เครื่องสำอางดูหนาขึ้นและเกิดคราบได้

3. พกลิปกรอสแบบมีสี ไว้ใช้เติมระหว่างวัน เพื่อให้ปากชุ่มชื่นไม่ลอกเป็นขุย และไม่ควรเลียปากเพราะจะทำให้ปากยิ่งแห้งลอก และลิปสติกหลุดง่ายขึ้น

4. แผ่นชีทเช็ดเครื่องสำอาง ตัวอย่างของบีโอเร่ เป็นกระดาษพกพาง่าย ไว้เช็ดเครื่องสำอางที่เลอะระหว่างวัน เช่นแพนด้าใต้ตา มาสคาร่าเลอะ เป็นต้น

5. ไม่ควรนั่งเท้าคาง เช็ดถูจมูกอย่างรุนแรง และเกาใบหน้าโดยใช้เล็บ เพราะจะทำให้เครื่องสำอางหลุดเป็นจุดๆได้ค่ะ

6. บัณฑิตทานอาหารให้อิ่ม ป้องกันการเป็นลม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยมาก และอาหารที่เสี่ยงต่อการท้องเสีย ท้องอืด และดื่มน้ำแบบน้อยๆแค่จิบก็พอค่ะ เพราะห้องน้ำในวันงานคนมักจะเยอะ ทำให้เสียเวลาและไม่สะดวกด้วยจ้า

 

สำหรับลูกค้า Jelly Fat Fish

 

- ก่อนเราเจอกัน ไม่ต้องทาครีมหรือกันแดดใดๆทั้งสิ้นนะคะ เพราะจูนได้เตรียมผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคุณแล้วค่ะ เตรียมหน้าใสๆมาก็พอนะคะ

- ขนตาปลอมและสเปร่ย์ผมดำทางจูนได้เตรียมไว้ให้แล้ว ไม่จะเป็นต้องนำมาเพิ่ม ยกเว้นแต่จะมีแบบพิเศษในใจค่ะ

- ที่สำคัญ ขอให้ว่าที่บัณฑิตทุกคนตรงต่อเวลานะคะ จูนจะนัดเวลาไว้ให้ โดยกำหนดการในแต่ละวันนั้น จะวางแผนเวลาไว้แล้ว หากบัณฑิตคนไหนสายเกินครึ่งชั่วโมง

จะส่งผลกระทบต่อบัณฑิตคนถัดไปนะคะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนรักษาเวลากันด้วยจ้า

 

 

สุดท้ายนี้ จูนขอแสดงความยินดีกับว่าที่บัณฑิตทุกคนด้วยนะคะ

ด้วยรักจากแมงกระพรุนอ้วนค่ะ   

Jelly Fat Fish

Comments

Powered by Facebook Comments