Makeup School Diary 1

เปิดบันทึกชีวิตนักเรียน ก่อนจะก้าวสู่คำว่า

“Makeup artist”

อย่างเต็มตัว ตอนที่ 1 ค่ะ 

มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ฝันเป็นจริง เมื่อย่างเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ที่มี “เงิน”เป็นส่วนขับเคลื่อน แต่เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือน

จูนชอบท่องเที่ยว รักอิสระ ตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็พยายามคิดว่าจะทำยังไง  อะไรคือสิ่งที่เราชอบ และเราจะสามารถเปลี่ยนจากสิ่งที่ชอบมาเป็นงานที่รักได้

จนสุดท้ายก็เลือกการแต่งหน้ามาเป็นงานประจำค่ะ

แต่อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า ไม่มีอะไรง่าย นอกจากจูนจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง และพยายามฝึกฝนหลายปี ผ่านมาหลายงาน

จนมีความชำนาญที่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะเรียกตัวเองว่า “เมคอัพอาร์ติส  หรือ ช่างแต่งหน้า” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำซักที!

เพราะจูนถือว่าสิ่งที่เราเรียนรู้มาด้วยตัวเอง อาจจะมีบางอย่างที่ยังไม่ถูกต้อง เราอาจจะแต่งได้สวยแล้ว แต่มันอาจจะสวยได้มากขึ้นอีก

การเรียนเพิ่มเติมจะสามารถเพิ่มทักษะ ประสบการณ์ และเปิดหาสังคมช่างแต่งหน้าใหม่ๆให้กับเราได้

เราจึงหาข้อมูลของโรงเรียนสอนแต่งหน้าหลายๆที่ เพื่อหาโรงเรียนที่ชอบ โดยมีข้อแม้ดังต่อไปนี้ค่ะ

- ต้องให้พื้นฐานที่แน่น เรียกว่าเริ่มใหม่แต่ต้นเลยยิ่งดี

- หลักสูตรการสอนต้องทันสมัย สามารถต่อยอดความคิดของเราได้ ไม่ตีกรอบนักเรียน

- มีการฝึกงานจริง เพื่อให้เรามีประการณ์ที่มากขึ้นและสร้างคอนเน็คชั่นของตัวเองได้

- เรียนจบต้องมีใบประกาศให้ เพื่อรับรองถึงฝีมือของเรา

หาไปหามา จนสุดท้ายจูนก็ได้โรงเรียนที่ตรงตามที่ต้องการ

International Makeup Center Thailand (IMC)

โรงเรียนสอนแต่งหน้าที่มาจากสวีเดน โดยมีแบรนด์ Make Up Store เป็นเครื่องสำอางในเครือค่ะ

ตอนที่เราติดต่อไปเป็นช่วงเดือนเมษายน แต่โรงเรียนยังไม่เปิดคอร์ส เราก็รอ ร๊อออ รอ มาเรื่อยๆ จนเขาเปิดเดือนพฤษจิกายน รอนานนะ =,=”

คอร์สที่เรียนคือ Beauty Make up Education (200 ชั่วโมงประมาณ 3 เดือน) 65,000 บาท

โอ้ว! ราคาสูงมากๆ ฉันจะทุ่มทุนเพื่อสิ่งนี้ แล้วมันจะดีไม๊นะ สับสนมากๆในช่วงนั้น …

_______________________

รายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม คือ เรียนรู้การแต่งหน้าแบบครอบคลุมทั้งหมด (ไม่รวม Effect)  ได้ลองฝึกงานจากของจริง

ได้เครื่องสำอางค์เมคอัฟสโตร์ มูลค่า 30,000 บาท เพื่อใช้ในการเรียน และบัตรส่วนลด 30% ในการใช้ซื้อสินค้าเมคอัฟสโตร์เป็นเวลา 1 ปีด้วย

ที่สำคัญคือได้ใบร้บรองระดับสากล จากสวีเดนเลย ถ้าเราต้องไปเรียนหรือทำงานต่อเมืองนอก อย่างน้อยใบนี้อาจจะช่วยเราในอนาคตก็เป็นได้ :)

ภาพตอนงานเปิดตัวสถาบัน ที่เราเข้าชมสถานที่เรียน และสอบถามรายละเอียดอื่นๆที่อยากรู้ก่อนสมัครเรียน

คิดดูก็คุ้มนะ เพราะถามของสถาบันดังๆที่อื่นเขาไม่มีให้ เป็นไงเป็นกัน เรียนที่นี่นั่นแหละ รอมาตั้งครึ่งปีแล้วนี่หน่า :D

และแล้วเราก็สมัครเรียน และเริ่มเรียนวันแรก วันที่ 5 พฤศจิกายนค่ะ

________________________

จูนเรียนวันธรรมดาค่ะ เรียน 3 เดือน เรียนวันแรกเราจะได้แฟ้มประกอบการเรียน

ช่วงเแรกจะเน้นไปที่ส่วนประกอบของผิวและพื้นฐานผิวประเภทต่างๆ เพื่อให้เราเข้าใจ

และสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

ตามมาด้วยการเลือกใช้รองพื้น การผสมสีให้ได้ตรงกับสีผิวมากที่สุด ในภาพนั้นผสมจากสีงิ้วนะคะ

สีข้นๆ เหลือง แดง น้ำเงิน ขาว ดำ นั่นแหละ ผสมให้ได้สีผิว !

เมื่อผสมแล้วก็ลองลงที่กระดาษเผื่อฝึกน้ำหนักมือ

โอ๊ย สนุกมากกกก กว่าจะเกลี่ยสีเหนียวๆให้เนียนได้ และพอลงที่กระดาษก็เกือบเป็นคราบด้วย แทบร้องงงง T^T

_____________________________________

แล้วก็มาถึงการสร้างกรอบของหน้าให้สวยงาม นั่นก็คือการเขียนคิ้วนั่นเอง พอเรียนถึงบทนี้ก็เริ่มมีการบ้านแล้วค่ะ

โดนสั่งให้คัดคิ้วคนละ 20 คู่ ไปส่ง เป็นที่สนุกสนานกันมาก 555

และจากนั้นก็เรียนรู้การเพิ่มแสงเงาให้กับใบหน้า หน้าแบนๆจะได้ดูมีมิติมากขึ้น

โดนการบ้านแก้ไขรูปหน้าไปอีก 8 รูปหน้า เบาๆ ^^”

เราชอบบทนี้มากเลย เพราะเคยทำตั้งแต่ตอนสมัยทำทีสิทส่งแล้ว สนุกดี ชอบบบบ

_____________________

ในแต่ละวัน เราจะได้รับโจทย์ให้แต่งหน้าเพื่อนร่วมชั้นแรียน ให้สวยงามตรงกับที่เราเรียนในบทนั้นๆ

ซึ่งผลก็คือ ไม่ว่าเราจะมาเรียนแบบโทรมแค่ไหน เวลาเรากลับบ้านก็จะสวยกันทุกคนค่ะ 555

และแล้วเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง ของที่เราจะได้เพื่อมาใช้สำหรับเรียนก็มาถึงค่ะ

ส่งตรงมาจากสวีเดนเลย เพราะสินค้าหลายอย่างในไทยไม่มีขาย ^o^

กระเป๋านี้เรากรี๊ดมากกก เป็นกระเป๋าหนังเทียมคล้ายกระเป๋าโน้ตบุ๊ค ราคา 14,000 กว่าๆ ไม่รวมในมูลค่าเครื่องสำอางที่จะได้  คุ้มค่าาา

เปิดกระเป๋าหน่อย ฉ่าง!

กระเป๋าสามารถแยกเป็น 2 ใบได้ น้ำหนักเบา จุของได้เยอะ มีสายสะพายขนย้ายสะดวก ขนาดใหญ่กำลังดี

ที่สำคัญ ไม่ต้องกลัวแตกหักเหมือนกระเป๋าแบบกล่องแข็งๆแล้ว

เปิดซิปกั้นกระเป๋าออกจะมี 9 ช่อง และมีช่องเล็กๆไว้แยกของ สามารถจัดเรียงช่องได้ตามใจเลย เพราะมันแยกชิ้นส่วนได้

ด้านในกระเป๋าจะมีที่ใส่แปรงมาให้ ก็สามารถแกะแยกออกมาได้เหมือนกัน ใช้งานสะดวกดี

________________________

และเครื่องสำอางทั้งหมดที่ได้

อู้ววววว อ๊าาาาาา น้ำลายไหลเลยนะ

พวกรองพื้นที่ได้ มีทั้งแบบลิควิด แบบสตูดิโอ คอนซิลเลอร์ และเบส พร้อมกับถาดและแปรงไว้ผสมสีง่ายๆ ไม่ต้องเปื้อนมืออีกต่อไป ฮี่ๆๆๆ

ขอบอกว่ารองพื้นเนื้อลิควิดมันเริ่ดมากอ่ะ เนียน ไม่หนา เกลี่ยง่าย ชอบมากกกก เดี๋ยวจะซื้อตุน อิอิ

ในรูปลืมพวกแป้งไปเลย เขามีแป้งฝุ่น บรอนเซอร์ และแป้งสำหรับเติมระหว่างวันมาให้ด้วยนะ

แต่งตา ปัดแก้ม มาสคาร่า ที่เป็นสีสันทั้งหมด มาพร้อมกับตัว Mixing liquid ไว้ผสมสีให้กลายเป็นอายไลเนอร์ได้ด้วย

ดินสอเขียนขอบปาก 2 สี ลิปสติกอีก 2 สี เอาไว้ผสมสีใหม่ๆ และลิปกรอสสีใสๆ

เซ็ตแปรงขนาดจริงมาให้ทั้งหมด  9 ชิ้น ครบทุกความต้องการที่จะใช้เรียน >___________<

สุดท้ายที่ได้มา ไม่รวมที่ใส่แปรงในกระเป๋าคือ ที่ใส่แปรงแบบคาดเอว สะดวกต่อการใช้งาน

ลองจับทุกอย่างลงในกระเป๋าในเดียว สบายมาก อีกใบที่เหลือเอาไว้ใส่อุปกรณ์ทำผมได้อีก

เรียนจบสามารถออกทำงานได้เลย เยี่ยมจริงๆ

______________________________

ในขณะที่เขียนบล๊อกนี้อยู่ เราก็เรียนได้ 2 สัปดาห์แล้วค่ะ ได้เทคนิคใหม่ๆ ได้ฝึกอย่างจริงจัง ได้เพื่อนๆที่น่ารัก

ที่สำคัญคือ ครูแพทตี้ ต้องขอบคุณมากจริงๆค่ะ ที่มอบความรู้และค่อยดูแลจูนเป็นอย่างดี สัญญาว่าจะตั้งใจ และจะทำการบ้านส่งทุกครั้งค่ะ ฮาๆๆๆ

เดี๋ยวบล๊อคหน้าจะมาอัพเดทชีวิตต่อ เรื่องการไปแต่งแฟชั่นโชว์กับโรงเรียนนะคะ สนุกมากๆเหมือนกันค่ะ

เป็นกำลังใจให้กับการตามฝันของจูนด้วยนะคะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

Jelly Fat Fish

Comments

Powered by Facebook Comments